บ๊อช เสริมทักษะอาชีพแก่เยาวชนชาวเขาที่ด้อยโอกาส มอบเงินสนับสนุน พร้อมเครื่องครัวให้มูลนิธิทักษะเพื่อชีวิต

 
 
 

ติดต่อ


Intira Park
โทรศัพท์ (+66)2-012-8636

 

2559-03-22 | ประเทศไทย | ข่าว บริษัท

กรุงเทพฯ, 22 มีนาคม 2559 – “การศึกษา” เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อการพัฒนาชีวิตของทุกผู้คน แต่อาจมีคนบางกลุ่มในสังคมที่อาจไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ เช่น เด็กชาวเขา ซึ่งเป็นคนกลุ่มหนึ่งที่ขาดโอกาสทางการศึกษา เด็กๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสืออย่างต่อเนื่องเพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร และพ่อแม่มีฐานะยากจน

ด้วยเหตุนี้เอง “บ๊อช” จึงเดินหน้าสนับสนุน “มูลนิธิทักษะเพื่อชีวิต (Skills for Life Foundation)” จังหวัดเชียงใหม่ เพราะเชื่อว่า หนึ่งในการให้ที่ดีที่สุด คือการให้โอกาสทางการศึกษาเพื่อพัฒนาชีวิต

นายโจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าวถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมของบ๊อชระหว่างการเข้าเยี่ยมชมกิจกรรมของมูลนิธิว่า “บ๊อชได้แสดงเจตจำนงอย่างต่อเนื่อง ในการสนับสนุนการศึกษาและวิชาการแก่เยาวชนทั่วโลก ผ่านการสนับสนุนโครงการเพื่อเยาวชนต่างๆ ทั่วโลก อาทิ โครงการพรีมาเวร่า (Primavera) ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ก่อตั้งโดยกลุ่มพนักงานและผู้ที่เกษียณอายุจากบ๊อช เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กๆ ในประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทย เราได้สนับสนุนมูลนิธิทักษะเพื่อชีวิต จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 โดยมอบเงินสนับสนุนและอุปกรณ์เครื่องครัวทันสมัยเพื่อสนับสนุนการศึกษาและ ส่งเสริมทักษะอาชีพแก่เยาวชนชาวเขาที่ขาดแคลนโอกาสให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต”

นางโดมินิค ลอยต์วีเลอร์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิทักษะเพื่อชีวิต กล่าวถึงเป้าหมายและกิจกรรมสำคัญของมูลนิธิว่า “มูลนิธิทักษะเพื่อชีวิตตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเยาวชนชาวเขาที่ยากจนและอยู่ห่างไกลความเจริญ โดยให้การสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตและทุนการศึกษา เราให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เยาวชนสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในอนาคต โดยมอบโอกาสการทำงาน การฝึกทักษะอาชีพที่เน้นให้เยาวชนยึดแนวทางอาชีพที่ตนถนัดและฝึกฝนวิชาชีพนั้นๆ อย่างเสมอต้นเสมอปลายจนเกิดความชำนาญ มูลนิธิจะจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อให้เยาวชนได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำและเกิดความสนิทสนมกันมากขึ้น อาทิ เล่นมินิกอล์ฟ เพนท์สีรูปปั้นช้างที่ร้านคัลเลอร์ แฟคทอรี่ และเยี่ยมชมสวนสัตว์เชียงใหม่ ไนท์ซาฟารี
สำหรับการฝึกทักษะอาชีพ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากบ๊อช มอบเครื่องครัวครบชุดให้กับมูลนิธิ น้องๆ จึงได้ฝึกทำคุกกี้ และยังได้ช่วยกันออกแบบบรรจุภัณฑ์อีกด้วย
ที่สำคัญ พวกเขาได้นำคุกกี้ไปจำหน่ายในงานการกุศลเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งเมื่อรวมกับการประมูลเพื่อการกุศลด้วยแล้ว สามารถสร้างรายได้ถึง 150,000 บาท ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก ทำให้น้องๆ ทุกคนมีกำลังใจ รายได้ทั้งหมดทางมูลนิธิจะจัดสรรเป็นทุนการศึกษาสำหรับเยาวชน รวมทั้งนำไปจัดกิจกรรมฝึกทักษะอาชีพด้านอื่นๆ และเป็นทุนหมุนเวียนในการทำขนมครั้งต่อไป”

ในปัจจุบันมูลนิธิได้อุปการะเยาวชนชาวเขาชนเผ่าต่างๆ จำนวน 19 คน ประกอบด้วย ชาย 7 คน และหญิง 12 คน โดยคัดเลือกจากเด็กในพื้นที่ภาคเหนือที่ยากจนและด้อยโอกาส รวมถึงเด็กที่พ่อแม่เสียชีวิตจากโรคเอดส์

นางสาวพิมรดา วงค์ตระกูลเมือง หรือน้องเอมี่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการโรงแรม (ต่อเนื่อง) สถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในเยาวชนที่ได้รับการดูแลจากมูลนิธิ พูดถึงความประทับใจต่อกิจกรรมฝึกทักษะอาชีพที่มูลนิธิจัดขึ้นว่า “สิ่งแรกที่หนูได้รับจากมูลนิธิทักษะเพื่อชีวิตคือ โอกาสทางการศึกษาและการทำงาน ที่ผ่านมาหนูได้มีโอกาสไปฝึกงานในธุรกิจโรงแรม ทำให้หนูได้ประสบการณ์มากมาย บ้านของมูลนิธิทักษะเพื่อชีวิตไม่ได้เป็นแค่ที่พักอาศัยเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น แม้ว่าเราต่างคนจะต่างที่มาและบางครั้งเราก็คิดเห็นต่างกัน นอกจากนี้ หนูและเพื่อนๆ ยังได้ฝึกทักษะอาชีพต่างๆ เช่น การทำขนมคุกกี้ ตั้งแต่การซื้อวัตถุดิบ การทำขนม การตลาด และการขาย ทำให้เราสามารถสร้างรายได้ได้ด้วยตนเอง และเป็นทักษะไว้ใช้ในอนาคตได้ด้วยค่ะ”

ด้านนายณัฐชัย ไทยสมุทร หรือน้องบอย นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ภาควิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ เล่าว่า “ผมเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับโอกาสและการช่วยเหลือจากมูลนิธิ สำหรับการฝึกทักษะอาชีพนั้น ผมได้ทดลองเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเบเกอรี่ เริ่มแรกผมไม่รู้วิธีทำขนมคุกกี้เลย แต่เพื่อนของผมสอนวิธีทำให้ พวกเราเตรียมวัตถุดิบเอง ทำเอง ออกแบบบรรจุภัณฑ์เอง แล้วก็นำไปขายเองด้วย ผมรู้สึกสนุกมากที่ได้ทำงานกับเพื่อนๆ และคิดแก้ปัญหาร่วมกัน ผมคิดว่าประสบการณ์ที่ได้รับสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานในอนาคตได้ รวมถึงการสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมาด้วยครับ”

ระหว่างกิจกรรมเยี่ยมชม นายโจเซฟ ฮง ได้มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิ พร้อมกับมอบอุปกรณ์เครื่องครัวเพิ่มเติมให้แก่มูลนิธิ รวมมูลค่า 290,000 บาท เพื่อเสริมประสิทธิภาพการฝึกฝนทักษะอาชีพให้แก่น้องๆ ต่อไป

นายโจเซฟ ฮง กล่าวทิ้งท้ายว่า “บ๊อชมีความมุ่งมั่นที่จะลดอุปสรรคต่างๆ ที่กั้นขวางเยาวชนผู้ด้อยโอกาส ให้พวกเขาสามารถพึ่งพาตนเองได้ การสนับสนุนด้านการสร้างอาชีพจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างความมั่นใจในการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการตัวจริง รวมถึงการริเริ่มกิจการของตนเองในอนาคต”

บ๊อชในประเทศไทย(About Bosch in Thailand)

ในประเทศไทย บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด ประกอบด้วย 4 หน่วยธุรกิจ ได้แก่ จัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เครื่องมือและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์ระบบรักษาความปลอดภัย เทคโนโลยีระบบความร้อน เทคโนโลยีขับเคลื่อนและควบคุม และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง รวมถึงที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ที่ตั้งขึ้นเพื่อผลิตเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ และให้บริการทางเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฮโดรลิก

ในส่วนของ บริษัท บีเอสเอช เฮาส์เกเรท จำกัด ให้บริการและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ทำให้บ๊อชในประเทศไทยมียอดขายรวมกว่า 10.8 พันล้านบาท (285 ล้านยูโร) ในปี พ.ศ. 2558 ปัจจุบัน มีพนักงานรวมกว่า 1,100 คน¹

ข้อมูลเพิ่มเติม:
www.facebook.com/BoschThailand

¹ ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทบ๊อช(Bosch Group)

กลุ่มบริษัทบ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลก มีพนักงานทั่วโลกกว่า 390,000 คน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559) จากตัวเลขเบื้องต้นในปี 2559 ผลประกอบการของบริษัทมียอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 73.1 พันล้านยูโร โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญได้แก่ กลุ่มโซลูชันแห่งการขับเคลื่อน กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร ในฐานะผู้นำทางด้าน IoT (Internet of Things) บ๊อชนำเสนอนวัตกรรมแห่งโซลูชั่นเพื่อบ้านอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ยานยนต์ และ อุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมต่อถึงกัน ด้วยความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเซนเซอร์ ซอฟท์แวร์ และการให้บริการ รวมถึงไอโอทีคลาวด์ของบ๊อชเอง เราจึงสามารถให้บริการโซลูชันที่เชื่อมต่อแบบข้ามโดเมนได้เบ็ดเสร็จจากแหล่งเดียว เป้าหมายกลยุทธ์ของเรา คือการส่งมอบนวัตกรรมและสร้างแรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกัน ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการเสนอคำตอบที่ล้ำสมัยและเป็นประโยชน์ที่นับได้ว่าเป็น “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต” กลุ่มบ๊อช ประกอบด้วยบริษัท โรเบิร์ต

บ๊อช จีเอ็มบีเอช และบริษัทในเครืออีกกว่า 450 บริษัท รวมถึงสำนักงานระดับภูมิภาคในประเทศต่างๆ อีกกว่า 60 ประเทศ ถ้ารวมถึงบริษัทคู่ค้าผู้จัดจำหน่ายและให้บริการต่างๆ ทั้งส่วนการผลิต งานวิศวกรรม และเครือข่ายด้านการขาย บ๊อชครอบคลุมอยู่เกือบทุกประเทศทั่วโลก เพราะพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายตัวในอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บริษัทจึงมีพนักงานในส่วนการวิจัยและพัฒนากว่า 59,000 คน ในศูนย์วิจัยกว่า 120 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

โรเบิร์ต บ๊อชก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2429 ณ เมือง สตุทการ์ท (Stuttgart) ประเทศเยอรมนีโดย มร.โรเบิร์ต บ๊อช (พ.ศ. 2404 – 2485) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม “ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความแม่นยำทางกลศาสตร์ และวิศวกรรมไฟฟ้า” ด้วยโครงสร้างที่พิเศษของโรเบิร์ต บ๊อช ทำให้บริษัทมีอิสระในการดำเนินงาน สามารถวางแผนในระยะยาว และมีความคล่องตัวในการลงทุน จึงเป็นหลักประกันอนาคตของบริษัท โดยมีมูลนิธิ โรเบิร์ต บ๊อช เป็นผู้ถือหุ้นหลัก 92 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช แต่ทว่าสิทธิในการลงคะแนนและอำนาจในการบริหารจัดการจะถูกดูแลโดย คณะผู้บริหารบ๊อช (Robert Bosch Industrietreuhand KG) ซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ปัจจุบันหุ้นส่วนที่เหลือนั้นเป็นของเครือบริษัทบ๊อช และบริษัทโรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช เยอรมนี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปที่
www.bosch.com , www.iot.bosch.com , www.bosch-press.com , www.twitter.com/BoschPresse .