บ๊อช ประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวประจำปี 2559
มั่นใจบริษัทยังเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไทย
พร้อมตั้งเป้าขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของอุปสงค์

 
 
 

ติดต่อ


Intira Park
โทรศัพท์ (+66)2-012-8636

 

2559-06-16 | ประเทศไทย | ข่าว บริษัท

  • ยอดขายของบ๊อชเติบโตร้อยละ 22 ในปี 2558
  • สร้างโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • ตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในไทยเพื่อยกระดับเทคโนโลยียานยนต์ให้ล้ำหน้า

กรุงเทพฯ - บ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและการบริการชั้นนำของโลก ปิดงบการเงินปี 2558 ได้อย่างสวยงามด้วยยอดขายรวมในประเทศไทยมูลค่า 10.8 พันล้านบาท (285 ล้านยูโร) คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 22 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

มร.โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการบ๊อช ประเทศไทย กล่าวว่า "ปัจจุบันประเทศไทยก็ยังคงเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับบ๊อช เราคาดการณ์ว่าความต้องการผลิตภัณฑ์และการบริการต่างๆ จากบ๊อชจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ" นอกจากนี้ยังกล่าวเสริมด้วยว่า "บ๊อชเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างความแตกต่างให้กับประเทศไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2466 ด้วยความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนา "เทคโนโลยีเพื่อชีวิต"

ในปีพ.ศ. 2558 บ๊อชมีพนักงานในประเทศไทยกว่า 1,100 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปีพ.ศ. 2559 ตามธุรกิจที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การพัฒนาธุรกิจของบ๊อชในประเทศไทย

ผลผลิตจากภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีพ.ศ. 2558 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อันเป็นผลมาจากการเติบโตของตลาดส่งออก แม้ว่ายอดขายในประเทศ

จะลดลงก็ตาม อย่างไรก็ดี ธุรกิจโซลูชั่นแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Solutions) ของบ๊อชในไทยมียอดขายเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่มาจากยอดขายของแผนกระบบแชสซี (Chassis Systems)

ธุรกิจเทคโนโลยีอุตสาหกรรมมีการขยายงานด้านระบบไฮดรอลิกและโซลูชั่นบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมในปี 2558 จึงคาดว่าจะมีแนวโน้มของผลการดำเนินงานในทางบวกในปีพ.ศ. 2559 นี้ ในขณะที่ยอดขายจากกลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในประเทศในปีที่ผ่านมา แต่กลุ่มธุรกิจด้านพลังงานและเทคโนโลยีการก่อสร้างของบริษัทมีทิศทางที่ดี เป็นผลมาจากการที่รัฐบาลได้อนุมัติโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานสำคัญๆ ในช่วงครึ่งปีหลังของปีพ.ศ. 2558

บ๊อชทุ่มทุนกว่า 1 พันล้านบาท (26 ล้านยูโร) สร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่ในไทย

บ๊อชยังคงเชื่อมั่นในภาพรวมของตลาดไทยว่าจะยังเป็นศูนย์กลางด้านยานยนต์ต่อไป โดยได้ประกาศแผนการก่อสร้างโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง (gasoline injection system) ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน บ๊อชมีโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิง 7 แห่งทั่วโลก โดยมี 3 แห่งตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย (จีน ญี่ปุ่น และไทย) ในปีพ.ศ. 2559 บ๊อชมีแผนลงทุนกว่า 1 พันล้านบาท ในการสร้างโรงงานแห่งนี้รวมทั้งโครงสร้างขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เมื่อแล้วเสร็จ โรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยให้บริษัทผลิตหัวฉีดเชื้อเพลิงได้ถึง 1 ล้านเครื่องต่อปี โดยจะเริ่มการผลิตได้ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2560 ซึ่งการพัฒนาธุรกิจครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างงานได้มากกว่า 800 ตำแหน่งภายในสิ้นปีหน้า “โรงงานแห่งใหม่นี้จะช่วยตอบสนองอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในภูมิภาคนี้ และจะช่วยสร้างอาชีพให้กับคนไทยอีกด้วย" มร.ฮง กล่าว

ศูนย์วิจัยและพัฒนายานยนต์แห่งใหม่

นอกจากการก่อสร้างโรงงานผลิตระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงแห่งแรกในไทยแล้ว บ๊อชยังได้วางแผนจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่นี่ด้วย เพื่อพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจด้านยานยนต์และโมบิลิตี้โซลูชั่นของบริษัทให้รุดหน้า มร. โจเซฟ ฮง กล่าวว่า "ศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งนี้จะดึงเอาวิศวกรที่มีความสามารถจากหลากหลายแขนง โดยเฉพาะสาขาวิศวกรรมยานยนต์และเครื่องกลให้เข้ามาร่วมงานกับเรา" นี่จึงเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาแห่งแรกของบ๊อชในเมืองไทย ตอกย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทยต่อกลุ่มบริษัทบ๊อช

บ๊อชยังยึดมั่นในหลักการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน

ตลอดปีที่ผ่านมา บ๊อชยังคงสานต่อความมุ่งมั่นที่มีมาอย่างยาวนาน ในการมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส และช่วยให้เด็กๆ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บริษัทได้ให้การสนับสนุน “มูลนิธิมือต่อมือ (Hand-to-Hand Foundation)” ในพัทยา ในการให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาส นอกจากนี้ บ๊อชยังได้สนับสนุน

”มูลนิธิทักษะเพื่อชีวิต (Skills for Life Foundation)” ในเชียงใหม่ โดยสนับสนุนให้เยาวชนชาวเขาสามารถพึ่งพาตนเองและหาเลี้ยงชีพอย่างพอเพียงได้ ด้วยการมอบอุปกรณ์เครื่องครัวที่จำเป็น อาทิ เตาอบ ไมโครเวฟ และตู้เย็น ซึ่งกลายเป็นปัจจัยพื้นฐานในกิจกรรมระดมทุนของมูลนิธิ ขณะเดียวกัน บ๊อชเห็นว่าทักษะทางวิชาชีพต่างๆ กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในตลาดแรงงาน จึงร่วมกับมูลนิธิพระดาบส ซึ่งสนับสนุนการพัฒนาทักษะอาชีพต่างๆ ในการร่วมพัฒนาหลักสูตรวิชาชีพ ที่ตอบสนองต่อความต้องการในตลาด นอกจากนี้ บ๊อชยังได้ร่วมมือกับหอการค้าเยอรมัน–ไทยในการส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนและการศึกษาผ่านโครงการเยอรมัน-ไทยเพื่อความเป็นเลิศในการศึกษาทวิภาคี (German-Thai Dual Excellence Education program) อีกด้วย

ภาพรวมธุรกิจของกลุ่มบริษัทบ๊อชทั่วโลกในปีพ.ศ. 2559

จากผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมในปีที่ผ่านมา กลุ่มบริษัทบ๊อชเชื่อมั่นว่ายังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยคาดว่ายอดขายทั่วโลกในปีพ.ศ.2559 จะเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 3-5 หลังปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว มร. โวคมาร์ เดนเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบ๊อช กล่าวในงานแถลงผลประกอบการประจำปีที่เยอรมนีว่า "เราไม่เพียงตั้งเป้าการเติบโตในส่วนของผลิตภัณฑ์นวัตกรรม แต่ยังรวมถึงบริการที่ล้ำหน้าด้วยนวัตกรรม" ในด้านธุรกิจการเชื่อมต่อ (Connectivity Business) บ๊อชได้เน้นไปที่ 3S ได้แก่ อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณหรือเซนเซอร์ (Sensor) ซอฟต์แวร์ (Software) และการบริการ (Service) โดยบริษัทได้ให้บริการที่เชื่อมโยงต่อเนื่องครบวงจร (connected services) มากขึ้น ต่อยอดจากฐานธุรกิจฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่จำนวนมาก ดังนั้น บ๊อชจึงไม่เพียงแต่ใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางเทคโนโลยี แต่ยังรวมถึงความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมสาขาเฉพาะหรือธุรกิจเฉพาะด้านต่างๆ ด้วย แผนกใหม่ด้านโซลูชั่นการให้บริการระดับโลก (Global Service Solutions division) จึงก่อกำเนิดขึ้นในช่วงต้นปีนี้ เพื่อตอบรับต่อแนวทางดังกล่าว โดยให้บริการระบบคลาวด์สำหรับ Internet of Things (Bosch IoT Cloud) รวมทั้งระบบบ้านอัจฉริยะ (Bosch Smart Home System)

ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กลุ่มบริษัทบ๊อชมียอดขายเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่ารวม 7.3 แสนล้านบาท (1.92 พันล้านยูโร) คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (หรือร้อยละ 2.8 หลังปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) ทั้งนี้ ยอดขายรวมของภูมิภาคคิดเป็นร้อยละ 27 จากยอดขายทั่วโลก ซึ่งยังคงเป็นสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

บ๊อชในประเทศไทย(About Bosch in Thailand)

ในประเทศไทย บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด ประกอบด้วย 4 หน่วยธุรกิจ ได้แก่ จัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เครื่องมือและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์ระบบรักษาความปลอดภัย เทคโนโลยีระบบความร้อน เทคโนโลยีขับเคลื่อนและควบคุม และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง รวมถึงที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ที่ตั้งขึ้นเพื่อผลิตเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ และให้บริการทางเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฮโดรลิก

ในส่วนของ บริษัท บีเอสเอช เฮาส์เกเรท จำกัด ให้บริการและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ทำให้บ๊อชในประเทศไทยมียอดขายรวมกว่า 10.8 พันล้านบาท (285 ล้านยูโร) ในปี พ.ศ. 2558 ปัจจุบัน มีพนักงานรวมกว่า 1,100 คน¹

ข้อมูลเพิ่มเติม:
www.facebook.com/BoschThailand

¹ ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทบ๊อช(Bosch Group)

กลุ่มบริษัทบ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลก มีพนักงานทั่วโลกกว่า 390,000 คน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559) จากตัวเลขเบื้องต้นในปี 2559 ผลประกอบการของบริษัทมียอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 73.1 พันล้านยูโร โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญได้แก่ กลุ่มโซลูชันแห่งการขับเคลื่อน กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร ในฐานะผู้นำทางด้าน IoT (Internet of Things) บ๊อชนำเสนอนวัตกรรมแห่งโซลูชั่นเพื่อบ้านอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ยานยนต์ และ อุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมต่อถึงกัน ด้วยความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเซนเซอร์ ซอฟท์แวร์ และการให้บริการ รวมถึงไอโอทีคลาวด์ของบ๊อชเอง เราจึงสามารถให้บริการโซลูชันที่เชื่อมต่อแบบข้ามโดเมนได้เบ็ดเสร็จจากแหล่งเดียว เป้าหมายกลยุทธ์ของเรา คือการส่งมอบนวัตกรรมและสร้างแรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกัน ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการเสนอคำตอบที่ล้ำสมัยและเป็นประโยชน์ที่นับได้ว่าเป็น “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต” กลุ่มบ๊อช ประกอบด้วยบริษัท โรเบิร์ต

บ๊อช จีเอ็มบีเอช และบริษัทในเครืออีกกว่า 450 บริษัท รวมถึงสำนักงานระดับภูมิภาคในประเทศต่างๆ อีกกว่า 60 ประเทศ ถ้ารวมถึงบริษัทคู่ค้าผู้จัดจำหน่ายและให้บริการต่างๆ ทั้งส่วนการผลิต งานวิศวกรรม และเครือข่ายด้านการขาย บ๊อชครอบคลุมอยู่เกือบทุกประเทศทั่วโลก เพราะพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายตัวในอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บริษัทจึงมีพนักงานในส่วนการวิจัยและพัฒนากว่า 59,000 คน ในศูนย์วิจัยกว่า 120 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

โรเบิร์ต บ๊อชก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2429 ณ เมือง สตุทการ์ท (Stuttgart) ประเทศเยอรมนีโดย มร.โรเบิร์ต บ๊อช (พ.ศ. 2404 – 2485) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม “ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความแม่นยำทางกลศาสตร์ และวิศวกรรมไฟฟ้า” ด้วยโครงสร้างที่พิเศษของโรเบิร์ต บ๊อช ทำให้บริษัทมีอิสระในการดำเนินงาน สามารถวางแผนในระยะยาว และมีความคล่องตัวในการลงทุน จึงเป็นหลักประกันอนาคตของบริษัท โดยมีมูลนิธิ โรเบิร์ต บ๊อช เป็นผู้ถือหุ้นหลัก 92 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช แต่ทว่าสิทธิในการลงคะแนนและอำนาจในการบริหารจัดการจะถูกดูแลโดย คณะผู้บริหารบ๊อช (Robert Bosch Industrietreuhand KG) ซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ปัจจุบันหุ้นส่วนที่เหลือนั้นเป็นของเครือบริษัทบ๊อช และบริษัทโรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช เยอรมนี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปที่
www.bosch.com , www.iot.bosch.com , www.bosch-press.com , www.twitter.com/BoschPresse .