บ๊อชเปิดศูนย์จัดจำหน่ายและบริการแห่งใหม่ รองรับอุตสาหกรรม 4.0

 
 
 

ติดต่อ


Intira Park
โทรศัพท์ (+66)2-012-8636

 

2560-04-28 | ประเทศไทย | ข่าว บริษัท

กรุงเทพฯ – บ๊อช เร็กซ์รอธ เปิดตัว ‘ศูนย์จัดจำหน่ายและบริการ’ แห่งใหม่ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง อย่างเป็นทางการ โดยศูนย์จัดจำหน่ายและบริการแห่งใหม่นี้จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์ โซลูชั่นส์ การบริการ และเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอันทันสมัย เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทผู้ผลิตชั้นแนวหน้าที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น ทั้งที่อยู่ในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก และในพื้นที่อื่นทั่วประเทศ

การผลิตในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เน้นย้ำความสำคัญของอุปกรณ์หรือเครื่องจักรต่างๆ ที่ต้องมาพร้อมกับอุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณหรือตัวเซ็นเซอร์ ซอฟต์แวร์ และโซลูชั่นส์ต่างๆ ที่จำเป็น โดยถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกับระบบไอทีต่างๆ อย่างแนบเนียน เทคโนโลยีอัจฉริยะของบ๊อชสามารถช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้ด้วยการตรวจสอบสภาพเครื่องจักรแบบเรียลไทม์ การประเมินผลที่มีความยืดหยุ่นและตัวเลือกการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการแจ้งเตือนที่ตรงจุดและทันท่วงทีไปยังผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง ตัวเซ็นเซอร์ต่างๆ จะเก็บข้อมูลจากเครื่องจักรแล้วแปลงเป็นข้อมูลภาพที่สำคัญส่งไปยังแท็บเล็ต สมาร์ทโฟน เซิร์ฟเวอร์ภายใน และในระบบคลาวด์ ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อการซ่อมบำรุงได้ในทุกๆ ที่ และทุกเวลา

นอกจากนี้ ศูนย์จัดจำหน่ายและบริการแห่งนี้ยังให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อการดำเนินงานโครงการอย่างครบวงจรรวมถึงตัวอาคาร เพื่อให้บริการ นำส่ง ติดตั้ง และดูแลรักษาด้านโซลูชั่นส์เบ็ดเสร็จซึ่งปรับตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า

“การลงทุนสร้าง ‘ศูนย์จัดจำหน่ายและบริการ’ แห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในเจตจำนงอย่างต่อเนื่องของเราที่จะลงทุนและดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม 4.0 รวมถึงประสบการณ์ที่ช่ำชองของเรา ในฐานะที่เป็นทั้งผู้ใช้และผู้ให้บริการตามแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลไทย” มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการบ๊อช ประเทศไทย กล่าว “เราช่วยให้อุตสาหกรรมไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญระดับโลกผสานกับนวัตกรรมและความยืดหยุ่นในการออกแบบระบบโซลูชั่นส์และการบริการที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตให้เหมาะกับความต้องการของตลาด โดยจะยังคงมุ่งมั่นนำเสนอเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและขีดความสามารถในการผลิต รวมถึงช่วยลดต้นทุนต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ให้กับบริษัทผู้ผลิต” มร. โจเซฟ ฮง กล่าวเสริม

ทั้งนี้ ศูนย์จัดจำหน่ายและบริการแห่งใหม่ ยังมีการนำเสนออุปกรณ์อัจฉริยะหลายชนิดเป็นครั้งแรก อาทิ Nexo: เครื่องขันน๊อตแบบไร้สาย, APAS Assist: หรือหุ่นยนต์ช่วยงานที่ติดตั้งเซ็นเซอร์ความปลอดภัยเมื่อใกล้สัมผัสมนุษย์, XDK: อุปกรณ์แบบไร้สายที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ 8 ตัว, IoT-Gateway for PLC สำหรับเครื่องควบคุมกระบวนการทำงานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้, Active cockpit หรือแพลตฟอร์มการสื่อสารแบบอินเทอร์แอคทีฟสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต และอีกมากมาย

กลุ่มลูกค้าอันหลากหลายของบ๊อช เร็กซ์รอธในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัทผู้ผลิตต่างๆ ในแวดวงยานยนต์ เหล็กกล้า อาหารและบรรจุภัณฑ์ เกษตรกรรม การขนถ่ายวัสดุ และการขึ้นรูปพลาสติก ที่สามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบหลายประการของอุตสาหกรรมที่เชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ต (connected industry) และการผลิตแบบเน็ตเวิร์ค โปรดักชั่น (networked production) ทั้งนี้ บริษัทเหล่านี้และรายอื่นๆ ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังข้ามผ่านขั้นตอนของการรับรู้และการจดจำในระดับพื้นฐานในด้านเทคโนโลยีอันทันสมัย ไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยการนำเครื่องจักรมาใช้แทนคนในการทำงาน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงาน ด้วยการเชื่อมโยงโลกแห่งความเป็นจริงที่ทุกอย่างจับต้องได้ อาทิ สินค้า เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ เข้ากับโลกดิจิทัล จะทำให้บริษัทต่างๆ สามารถคำนวณประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างชัดเจนในทุกขั้นตอนของซัพพลายเชน นับตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ กระบวนการบูรณาการวัสดุ ไปจนถึงการจัดส่งสินค้าอันเป็นการสิ้นสุดซัพพลายเชน

อุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะ (smart manufacturing) จะเพิ่มผลผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งยังช่วยลดต้นทุนโดยรวม ลดตารางเวลาที่เครื่องจักรไม่ทำงานและเวลาการซ่อมแซมเครื่องจักร และยังช่วยลดขั้นตอนด้านโลจิสติกส์และเวลาจัดเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินงาน ในขณะเดียวกัน ยังช่วยบำรุงรักษาเครื่องจักรในเชิงป้องกัน และทำให้สามารถจัดตารางการทำงานให้ตรงตามเป้าหมายและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กล่าวโดยรวมแล้ว แรงกดดันด้านต้นทุนและการเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตจะยังคงเป็นแรงกระตุ้นให้บริษัทผู้ผลิต เช่นเดียวกับแรงกดดันจากกลยุทธ์ในการเพิ่มคุณภาพและการส่งมอบผลิตภัณฑ์ของพวกเขา

“เฉกเช่นเดียวกับบริษัทผู้ผลิตในทั่วโลก บริษัทผู้ผลิตชั้นนำในประเทศไทย ต่างมีความตื่นตัวที่จะนำเอาเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตมาทำงานควบคู่ไปกับคน เครื่องจักร และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ในหลากหลายมิติของการผลิตเชิงอุตสาหกรรม” มร. ลาร์ส แลงเนอร์ ผู้จัดการทั่วไป บ๊อช เร็กซ์รอธ ประเทศไทย กล่าว

“เราประจักษ์ถึงความพยายามร่วมกันของทุกภาคส่วนในการพัฒนาอุตสาหกรรมจากช่วงเริ่มต้นที่เป็นการทำสัญญาจ้างผลิตด้วยต้นทุนต่ำ ไปสู่การเป็นพันธมิตรด้านการผลิตที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในแวดวงอุตสาหกรรมที่เชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตระดับโลกในทุกวันนี้ เราให้การสนับสนุนนโยบาย ‘ประเทศไทย 4.0’ โดยให้คำปรึกษาแก่บริษัทผู้ผลิตในประเทศ ให้ค้นพบหนทางที่เหมาะสมในการนำพาธุรกิจเข้าสู่โลกแห่งการเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ต โซลูชั่นส์ต่างๆ ของเราเป็นแบบโมดูล่าร์ที่ประกอบด้วยหน่วยย่อยต่างๆ และสามารถปรับขนาดได้ตามความเหมาะสม ไล่เรียงตั้งแต่การปรับปรุงพื้นที่นำร่องขนาดเล็ก ไปจนถึงการสร้างเครือข่ายการผลิตระดับสากล ทั้งนี้ เราสามารถต่อยอดโซลูชั่นส์ต่างๆ ที่มีอยู่ของเรา เพื่อปรับให้เข้ากับความต้องการและความจำเป็นต่างๆ สำหรับการเติบโตของลูกค้า เพื่อสามารถควบคุมการลงทุนและความเสี่ยงต่างๆ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลได้ในเวลาเดียวกัน” มร. แลงเนอร์ กล่าวเสริม

บ๊อชในประเทศไทย(About Bosch in Thailand)

ในประเทศไทย บริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จำกัด ประกอบด้วย 4 หน่วยธุรกิจ ได้แก่ จัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เครื่องมือและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ผลิตภัณฑ์ระบบรักษาความปลอดภัย เทคโนโลยีระบบความร้อน เทคโนโลยีขับเคลื่อนและควบคุม และเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ มีโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง รวมถึงที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ที่ตั้งขึ้นเพื่อผลิตเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ และให้บริการทางเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฮโดรลิก

ในส่วนของ บริษัท บีเอสเอช เฮาส์เกเรท จำกัด ให้บริการและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ทำให้บ๊อชในประเทศไทยมียอดขายรวมกว่า 10.8 พันล้านบาท (285 ล้านยูโร) ในปี พ.ศ. 2558 ปัจจุบัน มีพนักงานรวมกว่า 1,100 คน¹

ข้อมูลเพิ่มเติม:
www.facebook.com/BoschThailand

¹ ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทบ๊อช(Bosch Group)

กลุ่มบริษัทบ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลก มีพนักงานทั่วโลกกว่า 390,000 คน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559) จากตัวเลขเบื้องต้นในปี 2559 ผลประกอบการของบริษัทมียอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 73.1 พันล้านยูโร โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญได้แก่ กลุ่มโซลูชันแห่งการขับเคลื่อน กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร ในฐานะผู้นำทางด้าน IoT (Internet of Things) บ๊อชนำเสนอนวัตกรรมแห่งโซลูชั่นเพื่อบ้านอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ยานยนต์ และ อุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมต่อถึงกัน ด้วยความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเซนเซอร์ ซอฟท์แวร์ และการให้บริการ รวมถึงไอโอทีคลาวด์ของบ๊อชเอง เราจึงสามารถให้บริการโซลูชันที่เชื่อมต่อแบบข้ามโดเมนได้เบ็ดเสร็จจากแหล่งเดียว เป้าหมายกลยุทธ์ของเรา คือการส่งมอบนวัตกรรมและสร้างแรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกัน ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการเสนอคำตอบที่ล้ำสมัยและเป็นประโยชน์ที่นับได้ว่าเป็น “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต” กลุ่มบ๊อช ประกอบด้วยบริษัท โรเบิร์ต

บ๊อช จีเอ็มบีเอช และบริษัทในเครืออีกกว่า 450 บริษัท รวมถึงสำนักงานระดับภูมิภาคในประเทศต่างๆ อีกกว่า 60 ประเทศ ถ้ารวมถึงบริษัทคู่ค้าผู้จัดจำหน่ายและให้บริการต่างๆ ทั้งส่วนการผลิต งานวิศวกรรม และเครือข่ายด้านการขาย บ๊อชครอบคลุมอยู่เกือบทุกประเทศทั่วโลก เพราะพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายตัวในอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บริษัทจึงมีพนักงานในส่วนการวิจัยและพัฒนากว่า 59,000 คน ในศูนย์วิจัยกว่า 120 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

โรเบิร์ต บ๊อชก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2429 ณ เมือง สตุทการ์ท (Stuttgart) ประเทศเยอรมนีโดย มร.โรเบิร์ต บ๊อช (พ.ศ. 2404 – 2485) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม “ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความแม่นยำทางกลศาสตร์ และวิศวกรรมไฟฟ้า” ด้วยโครงสร้างที่พิเศษของโรเบิร์ต บ๊อช ทำให้บริษัทมีอิสระในการดำเนินงาน สามารถวางแผนในระยะยาว และมีความคล่องตัวในการลงทุน จึงเป็นหลักประกันอนาคตของบริษัท โดยมีมูลนิธิ โรเบิร์ต บ๊อช เป็นผู้ถือหุ้นหลัก 92 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช แต่ทว่าสิทธิในการลงคะแนนและอำนาจในการบริหารจัดการจะถูกดูแลโดย คณะผู้บริหารบ๊อช (Robert Bosch Industrietreuhand KG) ซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ปัจจุบันหุ้นส่วนที่เหลือนั้นเป็นของเครือบริษัทบ๊อช และบริษัทโรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช เยอรมนี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปที่
www.bosch.com , www.iot.bosch.com , www.bosch-press.com , www.twitter.com/BoschPresse .