บ๊อชเผยโฉม BMA400 ตัววัดความเร่งที่ใช้พลังงาน น้อยมาก สำหรับอุปกรณ์พกพาและการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ IoT ณ งานแสดงเทคโนโลยี CES 2018

 
 
 

ติดต่อ


Intira Park
โทรศัพท์ (+66)2-012-8636

 

2561-01-08 | ประเทศไทย | ข่าว บริษัท

ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนานเป็นพิเศษ สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องเปิดใช้งานตลอดเวลา

  • อัตราการกินไฟต่ำมาก แต่ให้ประสิทธิภาพสูง
  • การจัดการพลังงานอัจฉริยะสำหรับเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้แบตเตอรี่
  • เครื่องนับก้าวในตัวที่กินพลังงานเพียงแค่ 4 ไมโครแอมแปร์ (µA)
  • BMA400 คว้ารางวัล CES 2018 Innovation Award

บ๊อช เซ็นเซอร์เทค (Bosch Sensortec) เปิดตัว BMA400 ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดความเร่งที่ใช้พลังงานต่ำที่สุด พัฒนาขึ้นมาเพื่ออุปกรณ์พกพาและการประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์ หรือ IoT โดยเฉพาะ ณ งานแสดงนวัตกรรมและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ปี 2018 (2018 Consumer Electronics Show: CES) เมืองลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา โดย BMA400 ใช้ไฟน้อยกว่าเครื่องวัดความเร่งต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันถึง 10 เท่า แต่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง ซึ่งการใช้พลังงานที่ต่ำของเครื่อง ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้แบตเตอรี่แบบกระดุม (coin cell-powered devices) คุณสมบัติเหล่านี้เองทำให้เซ็นเซอร์ตรวจวัดความเร่ง BMA-400 จากบ๊อช เซ็นเซอร์เทค สามารถคว้ารางวัล CES 2018 Innovation Award ในประเภทเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว (Embedded Technologies) ได้สำเร็จ

ใช้พลังงานน้อยมาก แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพการทำงานสูง

โดยปกติ ผู้ใช้งานมักต้องเลือกระหว่างคุณสมบัติการกินพลังงานน้อยหรือประสิทธิภาพการทำงานสูง ในตัวเครื่องวัดความเร่ง แต่ BMA400 สามารถนำคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมทั้งสองประการมารวมไว้ด้วยกัน เพราะมีอัตราการใช้พลังงานที่ต่ำ แต่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม และยังมาพร้อมกับคุณสมบัติล้ำหน้าต่างๆ ที่ทิ้งห่างเครื่องวัดความเร่งอื่นๆ ในตลาดทุกวันนี้อย่างเหนือชั้น

ด้วยคุณสมบัติที่สามารถตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง สัญญาณการวัดที่มีคุณภาพสูงของตัวเซ็นเซอร์ จึงสามารถระบุจุดตัดค่าความถี่ได้อย่างแม่นยำ ทำให้ต้านทานต่อแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งขึ้น ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากเมื่อประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี IoT อาทิ ระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านอัจฉริยะ โดยเซ็นเซอร์ BMA400 สามารถแยกแยะระหว่างเหตุการณ์เพื่อการเตือนภัยที่แท้จริง เช่น กระจกแตก และสัญญาณเตือนหลอกต่างๆ (false alarm) ที่มาจากการสั่นสะเทือนที่ไม่เฉพาะเจาะจง ดังนั้น เครื่องนี้จึงสามารถป้องกันการส่งสัญญาณเตือนหลอกที่มาจากภายนอก อาทิ แรงสั่นสะเทือนจากงานก่อสร้าง ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ

การจัดการพลังงานอัจฉริยะสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่

เซ็นเซอร์ BMA400 มีระบบการใช้พลังงานต่ำมาก เพียงแค่ 4 ไมโครแอมแปร์ (µA) ผนวกกับมีคุณสมบัติการจัดการพลังงานอัจฉริยะต่างๆ เช่น ระบบการจดจำกิจกรรมในตัวเครื่อง ทำให้เซ็นเซอร์ BMA400 ช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในตัวเครื่องอุปกรณ์พกพาต่างๆ อาทิ สายรัดข้อมือฟิตเนส เสื้อผ้าอัจฉริยะ นาฬิกา และแทรกเกอร์กิจกรรมสุขภาพ ได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน

เซ็นเซอร์ BMA400 จะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อสามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ และกลับเข้าสู่โหมดพัก (sleep mode) เมื่อการเคลื่อนไหวน้อยลง จึงยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานยิ่งขึ้น ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้เป็นประโยชน์ต่อการประยุกต์ใช้งานด้าน IoT ทำให้สามารถใช้พลังงานต่ำที่สุดจากถ่านกระดุม อาทิ ตัวเซ็นเซอร์ติดหน้าต่างอัจฉริยะ เพื่อการควบคุมอุณหภูมิภายในบ้าน หรือระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ เป็นต้น

ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัดเพียง 2.0 x 2.0 x 0.95 ลูกบาศก์มิลลิเมตร และระบบการนับก้าวในตัวที่ส่งผลให้เซนเซอร์ตรวจวัดความเร่ง BMA400 รุ่นใหม่นี้ ง่ายต่อการออกแบบเพื่อการนำไปใช้งานที่หลากหลาย และยังช่วยลดเวลาในการเข้าสู่ตลาดของผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งทำให้สามารถเพิ่มฟังก์ชั่นการทำงานของระบบนับก้าวในตัวให้แก่อุปกรณ์พกพาต่างๆ ง่ายขึ้น อาทิ นาฬิกา และเครื่องประดับ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ล้ำหน้า

“BMA400 คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับอุปกรณ์พกพาและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี IoT ที่ให้ความสำคัญเรื่องการยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้มากที่สุด โดยยังคงประสิทธิภาพไว้อย่างดีเยี่ยม” ดร. สเตฟาน ฟิงค์ไบเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบ๊อช เซ็นเซอร์เทค กล่าว “ความสามารถในการยืดอายุการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ทำให้ผู้ใช้งาน BMA400 สามารถไว้วางใจในการใช้งานอุปกรณ์ได้มากขึ้น สะดวกสบาย และไร้กังวลมากยิ่งขึ้น”

คุณสมบัติอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์นี้

ตัวคุมค่าแรงดันไฟฟ้าในตัวเครื่องช่วยให้ BMA400 ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแรงดันไฟฟ้าในระดับต่างๆ เซ็นเซอร์ BMA400 ช่วยให้การปรับจูนค่าการใช้พลังงาน สัญญาณรบกวน และพารามิเตอร์อัตราข้อมูลส่งออกของอุปกรณ์มีความยืดหยุ่น ทั้งนี้ BMA400 มีการใช้ไฟฟ้าประมาณ 14 ไมโครแอมแปร์ (µA) ณ ระดับการทำงานสูงสุด โดยมีระบบวัดค่าอย่างต่อเนื่อง และมีความหนาแน่นของสัญญาณรบกวนที่ 220 µA/√Hz ทั้งนี้ การใช้ไฟฟ้าจะลดลงเหลือเพียง 1 ไมโครแอมแปร์ และน้อยกว่านั้นในโหมดคืนสู่การทำงานด้วยตัวเอง (self-wake-up mode) ที่ใช้พลังงานต่ำมาก ตัวเซ็นเซอร์ใหม่นี้ยังมาพร้อมกับ FIFO ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1 KB

สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BMA400 ได้ที่ช่องทาง YouTube: Bosch Sensortec: http://bit.ly/2qlvhnn และทางเว็บไซต์ Bosch Sensortec: http://bit.ly/2qhP3QK

การวางจำหน่าย

เซ็นเซอร์ BMA400 จะเริ่มออกสู่ตลาด OEM และตัวแทนจำหน่าย ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 เป็นต้นไป

บ๊อชในประเทศไทย(About Bosch in Thailand)

บ๊อชได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ปัจจุบัน บ๊อชสร้างความหลากหลายในธุรกิจถึงสี่ด้าน ได้แก่ โซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อน เทคโนโลยีอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร บริษัทมีโรงงานผลิตในธุรกิจโซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อนถึงสามแห่ง พร้อมทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา อีกทั้งสำนักงานขายและศูนย์บริการสำหรับอุปกรณ์ไฮดรอลิกและเครื่องจักรในจังหวัดระยอง และสายการผลิตโซลูชั่นส์และการบริการส่วนเครื่องจักรเพื่อบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดชลบุรี ในปี 2559 บ๊อชในประเทศไทยมียอดขาย 11.9 พันล้านบาท (305 ล้านยูโร) และมีพนักงานมากกว่า 1,200 คน

ข้อมูลเพิ่มเติม:
www.facebook.com/BoschThailand

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทบ๊อช(Bosch Group)

กลุ่มบริษัทบ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลก มีพนักงานทั่วโลกกว่า 400,500 คน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560) ในปี 2560 บริษัทมียอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 7.8 หมื่นล้าน ยูโร โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญได้แก่ กลุ่มโซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อน กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร ในฐานะผู้นำทางด้าน IoT (Internet of Things) บ๊อชนำเสนอนวัตกรรมแห่งโซลูชั่นส์เพื่อบ้านอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ยานยนต์ และ อุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมต่อถึงกัน ด้วยความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเซนเซอร์ ซอฟท์แวร์ และการให้บริการ รวมถึงไอโอทีคลาวด์ของบ๊อชเอง เราจึงสามารถให้บริการโซลูชั่นส์ที่เชื่อมต่อแบบข้ามโดเมนได้เบ็ดเสร็จจากแหล่งเดียว เป้าหมายกลยุทธ์ของเรา คือการส่งมอบนวัตกรรมและสร้างแรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกัน ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการเสนอคำตอบที่ล้ำสมัยและเป็นประโยชน์ที่นับได้ว่าเป็น “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต” กลุ่มบ๊อช ประกอบด้วยบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช และบริษัทในเครืออีกกว่า 450 บริษัท รวมถึงสำนักงานระดับภูมิภาคในประเทศต่างๆ อีกกว่า 60 ประเทศ หากรวมบริษัทคู่ค้าผู้จัดจำหน่ายและให้บริการต่างๆ ทั้งส่วนการผลิต งานวิศวกรรม และเครือข่ายด้านการขาย บ๊อชครอบคลุมอยู่เกือบทุกประเทศทั่วโลก เพราะพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายตัวในอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บริษัทจึงมีพนักงานในส่วนการวิจัยและพัฒนากว่า 62,500 คน ในศูนย์วิจัยกว่า 125 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

โรเบิร์ต บ๊อชก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2429 ณ เมือง สตุทการ์ท (Stuttgart) ประเทศเยอรมนีโดย มร.โรเบิร์ต บ๊อช (พ.ศ. 2404 – 2485) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม “ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความแม่นยำทางกลศาสตร์ และวิศวกรรมไฟฟ้า” ด้วยโครงสร้างที่พิเศษของโรเบิร์ต บ๊อช ทำให้บริษัทมีอิสระในการดำเนินงาน สามารถวางแผนในระยะยาว และมีความคล่องตัวในการลงทุน จึงเป็นหลักประกันอนาคตของบริษัท โดยมีมูลนิธิ โรเบิร์ต บ๊อช เป็นผู้ถือหุ้นหลัก 92 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช แต่ทว่าสิทธิในการลงคะแนนและอำนาจในการบริหารจัดการจะถูกดูแลโดย คณะผู้บริหารบ๊อช (Robert Bosch Industrietreuhand KG) ซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ปัจจุบันหุ้นส่วนที่เหลือนั้นเป็นของเครือบริษัทบ๊อช และบริษัทโรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช เยอรมนี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปที่
www.bosch.com , www.iot.bosch.com , www.bosch-press.com , www.twitter.com/BoschPresse .