บ๊อชจับมือโครงการโยนาห์ มุ่งแก้ปัญหาด้านสุขภาพในปาปัวนิวกินี

 
 
 

ติดต่อ


Intira Park
โทรศัพท์ (+66)2-012-8636

 

2561-02-08 | ประเทศไทย | ข่าว บริษัท

พัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้คน นำส่งเวชภัณฑ์ด้วยระบบโดรนขนส่งสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีของบ๊อช

  • โยนาห์เป็นโครงการของกลุ่มนักศึกษาและศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดอุปสรรคด้านการเข้าถึงการบริการสุขภาพในพื้นที่ชนบทห่างไกลต่างๆ ด้วยระบบโดรนขนส่งสินค้า
  • เริ่มโครงการนำร่องในประเทศปาปัวนิวกินี โดยโครงการโยนาห์มีแผนจัดส่งวัคซีนที่มีข้อจำกัดด้านเวลาเป็นพิเศษ ไปยังพื้นที่ห่างไกลกว่า 24 แห่ง
  • บ๊อชซึ่งเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีให้กับโครงการโยนาห์ ให้การสนับสนุนด้านการเงิน เครื่องมือต่างๆ และความเชี่ยวชาญทางเทคนิค

สิงคโปร์ – บ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลก ประกาศความร่วมมือกับโครงการโยนาห์ (Yonah) ซึ่งเป็นโครงการที่ก่อตั้งโดยนักศึกษา เริ่มต้นจากศิษย์เก่าและนักศึกษาปัจจุบันของมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ที่ต้องการหาทางเอาชนะปัญหาและอุปสรรคด้านการเข้าถึงการบริการด้านสุขภาพในพื้นที่ชนบทห่างไกลต่างๆ ด้วยการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ สำหรับความร่วมมือครั้งนี้ บ๊อชได้ให้การสนับสนุนด้านการเงิน ผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยี รวมทั้งให้คำปรึกษา การฝึกอบรม และให้คำแนะนำทางด้านเทคนิคอย่างต่อเนื่อง

โครงการนี้เกิดขึ้นจากการเดินทางไปประเทศปาปัวนิวกินีเมื่อปี พ.ศ. 2559 ของทีมผู้ก่อตั้งโครงการฯ

ที่นั่น พวกเขาพบเห็นอุปสรรคมากมายด้านการขนส่งสินค้า เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่มีความยากลำบากต่อการเดินทาง และการขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง ซึ่งกระทบต่อการจัดส่งเวชภัณฑ์ไปยังหมู่บ้านในพื้นที่ห่างไกลต่างๆ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งสูงขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อการตรวจเยี่ยมทางการแพทย์โดยผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขชุมชน โครงการโยนาห์จึงได้รับการจัดตั้งขึ้นมา เพื่อช่วยให้เวชภัณฑ์ที่มีข้อจำกัดด้านเวลาเป็นพิเศษ (time-sensitive medical supplies) ถึงมือของชุมชนต่างๆ ที่รอรับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

“เราทราบข้อมูลจากโรงพยาบาลพันธมิตรในปาปัวนิวกินีว่า ทีมผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพที่เป็นหน่วยลาดตระเวนเพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันโรค (immunisation patrol) ณ ศูนย์ให้บริการสุขภาพในชนบทนั้น ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางร่วม 20-30 กิโลเมตร เป็นเวลากว่า 3 วัน จึงจะถึงที่หมาย” มร. ออง เทียน ชาง ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการโยนาห์ กล่าว “การลาดตระเวนเพื่อการสร้างภูมิคุ้มกันโรคโดยปกติ ใช้เวลาถึง 12 วัน เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งนับว่านานเกินไปกว่าที่วัคซีนรักษาโรคต่างๆ จะไปถึงแต่ละจังหวัด และตอนนั้นเอง ที่เราค้นพบศักยภาพจากการใช้ประโยชน์จากโดรนระบบอัตโนมัติในการขนส่งวัคซีน”

การพัฒนาโครงการที่มีความสำคัญยิ่งด้วยนวัตกรรม

บ๊อชทราบเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการโยนาห์ จึงขอร่วมเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีของโครงการฯ เพื่อช่วยเหลืออาสาสมัครที่เป็นนักศึกษาในด้านต่างๆ อาทิ แหล่งเงินทุน เครื่องมือไฟฟ้าต่างๆ รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญเพื่อคอยชี้แนะและให้คำปรึกษา

ในขณะที่ทีมงานของโครงการฯ กำลังทดสอบการใช้ระบบการขนส่งสินค้าในบริเวณที่ราบสูงต่างๆ ของปาปัวนิวกินี บ๊อชได้นำเครื่องมือและเทคโนโลยีของบริษัท อาทิ ปืนวัดอุณหภูมิ และเครื่องเจาะโลหะขนาดใหญ่ มาใช้ในการสร้างระบบโดรนที่พร้อมสำหรับการใช้งาน เพื่อให้บริการจัดส่งเวชภัณฑ์ที่มีข้อจำกัดด้านเวลาเป็นพิเศษให้รวดเร็วที่สุด ไปยังพื้นที่ห่างไกลทั้ง 24 แห่ง นอกจากนี้ บ๊อชยังให้การสนับสนุนทีมงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคมาให้การฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่า โครงการจะได้รับประโยชน์จากการใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ

มร. มาร์ติน เฮยส์ ประธานบริหารของบ๊อช ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดีขึ้น และการสร้างความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นด้วยนวัตกรรม เป็นสิ่งที่เราศรัทธาและยึดมั่นในการทำงานมาโดยตลอด บ๊อชมีความมุ่งมั่นในการเสนอและขจัดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม รวมทั้งส่งเสริมความยั่งยืนในสังคมด้วยโซลูชั่นส์ต่างๆ ที่เรามี เราจึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ให้การสนับสนุนโครงการโยนาห์ และได้แบ่งปันเทคโนโลยีของเราให้กับทีมงานที่มีความมุ่งมั่น ซึ่งพวกเขาเหล่านี้คือแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ ที่กำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับชุมชนต่างๆ ทั่วโลก ด้วยทักษะและความรู้เฉพาะทางของพวกเขา”

การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและก้าวต่อไปของโยนาห์

เมื่อการติดตั้งระบบโดรนขนส่งสินค้าเสร็จสมบูรณ์ ณ ขณะนี้แล้ว โยนาห์ก็พร้อมที่จะทดสอบการใช้งานของระบบในสถานที่จริง และเริ่มจัดขบวนลำเลียงวัคซีนรักษาโรคต่างๆ สู่หมู่บ้านในชนบทห่างไกลของปาปัวนิวกินีและที่อยู่ไกลออกไป

“ในขณะที่โครงการโยนาห์มีความต้องการนำเทคโนโลยีโดรนไปใช้ในพื้นที่ห่างไกลอื่นๆ เพื่อลดการเกิดโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน บ๊อชก็ยังคงมุ่งมั่นในวิสัยทัศน์ของเรา ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ” มร. มาร์ติน เฮยส์ กล่าวเสริม

บ๊อชในประเทศไทย(About Bosch in Thailand)

บ๊อชได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ปัจจุบัน บ๊อชสร้างความหลากหลายในธุรกิจถึงสี่ด้าน ได้แก่ โซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อน เทคโนโลยีอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร บริษัทมีโรงงานผลิตในธุรกิจโซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อนถึงสามแห่ง พร้อมทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา อีกทั้งสำนักงานขายและศูนย์บริการสำหรับอุปกรณ์ไฮดรอลิกและเครื่องจักรในจังหวัดระยอง และสายการผลิตโซลูชั่นส์และการบริการส่วนเครื่องจักรเพื่อบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดชลบุรี ในปี 2559 บ๊อชในประเทศไทยมียอดขาย 11.9 พันล้านบาท (305 ล้านยูโร) และมีพนักงานมากกว่า 1,200 คน

ข้อมูลเพิ่มเติม:
www.facebook.com/BoschThailand

เกี่ยวกับกลุ่มบริษัทบ๊อช(Bosch Group)

กลุ่มบริษัทบ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลก มีพนักงานทั่วโลกกว่า 400,500 คน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560) ในปี 2560 บริษัทมียอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 7.8 หมื่นล้าน ยูโร โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญได้แก่ กลุ่มโซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อน กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร ในฐานะผู้นำทางด้าน IoT (Internet of Things) บ๊อชนำเสนอนวัตกรรมแห่งโซลูชั่นส์เพื่อบ้านอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ยานยนต์ และ อุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมต่อถึงกัน ด้วยความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเซนเซอร์ ซอฟท์แวร์ และการให้บริการ รวมถึงไอโอทีคลาวด์ของบ๊อชเอง เราจึงสามารถให้บริการโซลูชั่นส์ที่เชื่อมต่อแบบข้ามโดเมนได้เบ็ดเสร็จจากแหล่งเดียว เป้าหมายกลยุทธ์ของเรา คือการส่งมอบนวัตกรรมและสร้างแรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกัน ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการเสนอคำตอบที่ล้ำสมัยและเป็นประโยชน์ที่นับได้ว่าเป็น “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต” กลุ่มบ๊อช ประกอบด้วยบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช และบริษัทในเครืออีกกว่า 450 บริษัท รวมถึงสำนักงานระดับภูมิภาคในประเทศต่างๆ อีกกว่า 60 ประเทศ หากรวมบริษัทคู่ค้าผู้จัดจำหน่ายและให้บริการต่างๆ ทั้งส่วนการผลิต งานวิศวกรรม และเครือข่ายด้านการขาย บ๊อชครอบคลุมอยู่เกือบทุกประเทศทั่วโลก เพราะพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายตัวในอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บริษัทจึงมีพนักงานในส่วนการวิจัยและพัฒนากว่า 62,500 คน ในศูนย์วิจัยกว่า 125 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน

โรเบิร์ต บ๊อชก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2429 ณ เมือง สตุทการ์ท (Stuttgart) ประเทศเยอรมนีโดย มร.โรเบิร์ต บ๊อช (พ.ศ. 2404 – 2485) ซึ่งเป็นผู้ริเริ่ม “ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อความแม่นยำทางกลศาสตร์ และวิศวกรรมไฟฟ้า” ด้วยโครงสร้างที่พิเศษของโรเบิร์ต บ๊อช ทำให้บริษัทมีอิสระในการดำเนินงาน สามารถวางแผนในระยะยาว และมีความคล่องตัวในการลงทุน จึงเป็นหลักประกันอนาคตของบริษัท โดยมีมูลนิธิ โรเบิร์ต บ๊อช เป็นผู้ถือหุ้นหลัก 92 เปอร์เซ็นต์ของบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช แต่ทว่าสิทธิในการลงคะแนนและอำนาจในการบริหารจัดการจะถูกดูแลโดย คณะผู้บริหารบ๊อช (Robert Bosch Industrietreuhand KG) ซึ่งเป็นผู้จัดการทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม ปัจจุบันหุ้นส่วนที่เหลือนั้นเป็นของเครือบริษัทบ๊อช และบริษัทโรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช เยอรมนี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าไปที่
www.bosch.com , www.iot.bosch.com , www.bosch-press.com , www.twitter.com/BoschPresse .